TUDOR Black Bay Ceramic

Last updated: 2021-06-14  |  136 จำนวนผู้เข้าชม  | 

TUDOR Black Bay Ceramic

            Black Bay Ceramic คือตัวอย่างชั้นเลิศแห่งความเชี่ยวชาญของ TUDOR ที่เป็นหนึ่งในมาตรฐานระดับสูงสุดของอุตสาหกรรมนี้ในด้านการทำงานที่เที่ยงตรงและความต้านทานต่อสนามแม่เหล็ก นาฬิกาในตระกูล Black Bay รุ่นนี้ผ่านการทดสอบโดยสถาบันมาตรวิทยาแห่งสหพันธรัฐหรือ METAS จึงเปรียบเสมือนตัวแทนอันยอดเยี่ยมของการผสมผสานสุนทรียภาพเข้ากับเทคโนโลยีสุดล้ำ ส่วนประกอบที่ทาจากเซรามิกสีดำด้านและกลไกอัตโนมัติสีดำที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตนเอง เน้นให้เห็นถึงสมรรถนะในการทำงานอันโดดเด่นของ Black Bay Ceramic


จุดเด่นสำคัญ

1. ตัวเรือนเซรามิกสีดำด้านขนาด 41 มม.

2. หน้าปัดทรงโดมสีดำด้าน ประดับด้วยสัญลักษณ์บอกชั่วโมง

3. เข็มนาฬิกาทรง "เกล็ดหิมะ" ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของนาฬิกานักดำน้า TUDOR มาตั้งแต่ปี 1969 เคลือบด้วยวัสดุเรืองแสง Super-LumiNova®       เกรดเอของสวิส

4. คาลิเบอร์ MT5602-1U ที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตนเอง ซึ่งผ่านการรับรองโดยสถาบันทดสอบความเที่ยงตรงอย่างเป็นทางการของสวิตเซอร์แลนด์     (COSC) พร้อมด้วยสปริงสายใยที่ผลิตจากซิลิคอนและพลังงานสำรอง 70 ชั่วโมง

5. การรับรองมาตรฐานมาสเตอร์โครโนมิเตอร์

6. การรับประกันห้าปีที่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้โดยไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนหรือตรวจซ่อมบำรุงตามระยะ



คุณภาพระดับ TUDOR

TUDOR ประสบความสำเร็จในการส่งนาฬิการุ่น Black Bay Ceramic เข้ารับการทดสอบเพื่อขอการรับรองสถานะมาสเตอร์โครโนมิเตอร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ของบริษัทอย่างไม่หยุดยั้ง นาฬิการุ่นนี้ถือเป็นรุ่นแรกในคอลเลกชันของ TUDOR ที่ถูกส่งไปทดสอบภายใต้มาตรฐานระดับนี้ การผ่านการรับรองนี้เป็นผลมาจากการปรับเปลี่ยนที่สำคัญหลายอย่างกับคาลิเบอร์ที่ TUDOR พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตนเอง ซึ่งหมายความว่า TUDOR สามารถมอบการรับรองคุณภาพจากองค์กรอิสระเพื่อรับประกันถึงนาฬิกาที่มีคุณภาพชั้นเลิศของบริษัทได้

การรับรองมาตรฐานมาสเตอร์โครโนมิเตอร์จากสถาบัน METAS มีขั้นตอนการพิจารณาที่ครอบคลุมโดยรวมถึงคุณลักษณะของฟังก์ชันการทำงานหลักของนาฬิกา ได้แก่ ความเที่ยงตรง ความต้านทานต่อสนามแม่เหล็ก การกันน้ำ และพลังงานสำรอง สถาบันมีมาตรฐานที่สูงเป็นอย่างยิ่งโดยเริ่มจากความเที่ยงตรง ในการจะผ่านเกณฑ์ได้นั้น นาฬิกาจะต้องสามารถทางานได้ภายในเกณฑ์การผันแปรในช่วง 5 วินาทีต่อวัน (0 +5) ซึ่งต่ำกว่าที่สถาบันการทดสอบโครโนมิเตอร์อย่างเป็นทางการของสวิตเซอร์แลนด์ (COSC) กำหนดไว้ถึง 5 วินาที (-4 +6) สาหรับในแต่ละกลไกอัตโนมัติที่ทำการทดสอบ และต่ำกว่าค่ามาตรฐานภายในที่ TUDOR กำหนดไว้สำหรับนาฬิการุ่นต่าง ๆ ของแบรนด์ที่ใช้คาลิเบอร์ที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตนเอง อยู่ 1 วินาที (-2 +4) การรับรองนี้ยังรับประกันถึงความแม่นยำในการทางานของนาฬิกาเมื่ออยู่ในสนามแม่เหล็กที่มีระดับ 15,000 เกาส์ ประการสุดท้าย สถาบันยังรับประกันถึงความสามารถในการกันน้ำตามที่ผู้ผลิตได้แจ้งไว้ โดยสอดคล้องตามมาตรฐาน 22810:2010 ขององค์การมาตรฐานสากล (ISO) รวมไปถึงการรับประกันพลังงานสำรองของนาฬิกามาสเตอร์โครโนมิเตอร์แต่ละเรือน นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติอีกสองข้อที่จำเป็นต้องมีก่อนที่จะผ่านเกณฑ์การรับรอง ได้แก่ การผลิตในสวิตเซอร์แลนด์ต้องเป็นไปตามเกณฑ์ Swiss Made และกลไกอัตโนมัติต้องผ่านการรับรองโดยสถาบันการทดสอบโครโนมิเตอร์อย่างเป็นทางการของสวิตเซอร์แลนด์ (COSC)




Black Bay Ceramic ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานมาสเตอร์โครโนมิเตอร์โดยประกอบไปด้วยการทดสอบและคุณสมบัติทั้งหมดตามที่กำหนดไว้ดังต่อไปนี้

• การผลิตตามเกณฑ์ Swiss Made
• การรับรองโดยสถาบันการทดสอบโครโนมิเตอร์อย่างเป็นทางการของสวิตเซอร์แลนด์ (COSC)
• การทำงานได้อย่างเที่ยงตรงในอุณหภูมิสองระดับ ณ หกตำแหน่งที่ต่างกัน และในการใช้พลังงานสำรองสองระดับที่ต่างกันคือ 100% และ 33%
• การทำงานได้อย่างราบรื่นเมื่ออยู่ในสนามแม่เหล็กระดับ 15,000เกาส์และความเที่ยงตรงหลังจากที่อยู่ในสนามแม่เหล็ก
• การกันน้ำได้ลึกถึง 200 เมตร (660 ฟุต) ตามมาตรฐาน ISO 22810:2010
• พลังงานสำรอง 70 ชั่วโมง



รูปลักษณ์ของความไฮเทค

นาฬิการุ่น Black Bay Ceramic ของ TUDOR ผสมผสานสุนทรียภาพของความร่วมสมัยและรายละเอียดของความไฮเทค ในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งมรดกตกทอดแห่ง TUDOR ได้อย่างกลมกลืน ตัวเรือนเซรามิกโมโนบล็อกสีดำด้านมีพื้นผิวแบบพ่นทรายพร้อมด้วยการขัดแต่งเหลี่ยมมุมของขอบตัวเรือนตัดกับการขัดเงา ขับเน้นผิวตัวเรือนให้มีความงดงามและตกแต่งด้วยลายเส้นที่โดดเด่น วงแหวนขอบตัวเรือนแบบหมุนได้ทำจากเซรามิกสีดำผิวซาตินซันเรย์เช่นเดียวกัน ช่องแบ่งเวลาแบบสลักในโทนสีเดียวกัน เพิ่มรายละเอียดให้กับพื้นผิวแบบด้านที่สะท้อนแสงเล็กน้อย นอกจากนี้หน้าปัดยังเป็นสีดำล้วน มีเพียงเครื่องหมายตำแหน่งชั่วโมงเท่านั้นที่ตัดขอบด้วยวัสดุเรืองแสงสีขาวหม่น ประการสุดท้าย สายนาฬิกาที่ผสมผสานสองวัสดุระหว่างหนังและยางซึ่งแน่นอนว่าก็เป็นสีดำอีกเช่นกัน พร้อมด้วยลวดลาย "เกล็ดหิมะ" ที่ด้านใน และตัวล็อกแบบพับ รวมทั้งสายผ้าสีดำแถบคาดสีครีมที่รวมมาให้อีกเส้น เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์แบบให้กับลุคสีดำที่เข้มขรึมของนาฬิการุ่นนี้




คาลิเบอร์ MT5602-1U ที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตนเอง

คาลิเบอร์ MT5602-1U ที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของตนเอง ซึ่งเป็นขุมพลังของ Black Bay Ceramic แสดงการทางานของชั่วโมง นาที และวินาที โดยมีผิวสัมผัสเช่นเดียวกันกับคาลิเบอร์ที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานของ TUDOR รุ่นอื่นๆ แต่เป็นสีดำสนิทเพื่อให้สอดรับกับรูปลักษณ์โดยรวมของนาฬิกา โดยเน้นให้เห็นสมรรถนะในการทำงานที่โดดเด่น โรเตอร์ทาจากทังสเตนแบบโมโนบล็อกสีดาที่มีลวดลายฉลุ พร้อมผิวสัมผัสซาตินที่ตกแต่งรายละเอียดแบบพ่นทราย แผ่นเชื่อมและแท่นเครื่องมีพื้นผิวแบบพ่นทรายสลับกับขัดเงาและตกแต่งด้วยเลเซอร์

โครงสร้างถูกออกแบบมาเพื่อรับประกันถึงความทนทานและความเที่ยงตรง เช่นเดียวกับเม็ดถ่วงสมดุลในตัวนาฬิกาซึ่งถ่วงด้วยแผ่นเชื่อมอันมั่นคงที่มีจุดยึดสองจุด และด้วยสปริงสายใยซิลิคอนแบบไร้แม่เหล็ก คาลิเบอร์ MT5602-1U ที่พัฒนาขึ้นในโรงงานของตนเอง ทำงานได้ภายใต้เกณฑ์การผันแปรที่ยอมรับได้ในช่วง 5 วินาที (0 +5)

อีกคุณสมบัติที่โดดเด่นก็คือพลังงานสำรองของคาลิเบอร์ MT5602-1U ที่พัฒนาขึ้นในโรงงานของตนเองนั้น "ไม่หยุดสุดสัปดาห์" หรือกล่าวคือ 70 ชั่วโมง ซึ่งได้ผ่านการรับรองโดยสถาบัน METAS จึงทำให้ผู้สวมใส่สามารถถอดนาฬิกาในคืนวันศุกร์และสวมกลับคืนอีกครั้งในตอนเช้าวันจันทร์ได้โดยไม่จำเป็นต้องไขลานหรือตั้งเวลาใหม่ แม้ผู้สวมใส่จะหยุดพักผ่อนในวันสุดสัปดาห์ แต่นาฬิการุ่นนี้จะไม่หยุดทำงาน


เอกลักษณ์แห่ง BLACK BAY

เฉกเช่นเดียวกันกับนาฬิกาในตระกูล Black Bay ทุกรุ่น Black Bay Ceramic ใช้เข็มนาฬิกามุมเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ของ TUDOR ซึ่งรู้จักกันในชื่อ "เกล็ดหิมะ" ดังที่ปรากฏในแคตตาล็อกของแบรนด์เมื่อปี 1969 ผลลัพธ์ก็คือการผสมผสานสุนทรียภาพที่สืบสานมายาวนานเข้ากับการรังสรรค์นาฬิการ่วมสมัยได้อย่างละมุนละไม นาฬิกาในตระกูล Black Bay จึงไม่ใช่เพียงแค่การนำเอารูปแบบคลาสสิกเดิมๆ มาเปิดตัวใหม่เท่านั้น ด้วยความยึดมั่นอย่างเหนียวแน่นในยุคปัจจุบัน นี่คือการหลอมรวมเอานาฬิกานักดำน้ำของ TUDOR จากเกือบ 70 ปีเข้ามาไว้ด้วยกัน แม้จะมีรูปลักษณ์แบบนีโอวินเทจ แต่เทคนิคการผลิต พร้อมความแข็งแกร่ง ความน่าเชื่อถือ ความทนทาน และความเที่ยงตรง รวมถึงคุณภาพของผิวสัมผัส ล้วนเหนือชั้นกว่ามาตรฐานในปัจจุบันของอุตสาหกรรมนี้ทั้งสิ้น

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com