Mr. Thierry Stern - President of Patek Philippe

Last updated: 2021-06-30  |  172 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Mr. Thierry Stern - President of Patek Philippe

Patek Philippe เพิ่งประกาศก่อนงานนี้ว่า จะยุติการผลิต Ref. 5711 Nautilus แต่ดูเหมือนคุณจะเปลี่ยนใจ และนำกลับมาผลิตอีกครั้งถึง 4 รุ่นใหม่ อะไรคือเหตุผลในการตัดสินใจครั้งนี้

Thierry Stern: "ตอนนั้นผมอาจบอกว่าเราตัดสินใจที่จะยุติการผลิตรุ่น Ref. 5711 ซึ่งจริงๆ แล้วในใจของพวกเราก็ไม่คิดว่าจะเป็นซีรีส์สุดท้ายของคอลเล็กชั่น Nautilus แต่เมื่อเรากลับมานั่งคิดกันอีกรอบและมีความเห็นว่าน่าจะดีนะที่มีภาพสุดท้ายอันงดงามของนาฬิกาในซีรีส์นี้ ผมจึงคิดถึงพื้นหน้าปัดใหม่ และมองหาสีที่แตกต่าง ผมคิดว่าเขียวเป็นสีที่ดี เป็นสีที่มีความทันสมัย เป็นแฟชั่นของวันนี้ แต่ก็เป็นสีที่อยู่ยืนยาวนาน ผมไม่อยากได้สีเฉพาะที่จะดูดีแค่หกเดือนแล้วคุณก็ชิน ด้วยสีเขียวนี้ ผมคิดว่ามันจะยังคงสวยงามไปตลอดอีก 10 - 20 ปี จากนั้นใครบางคนมีความคิดแบบเร็วๆ ว่าเราน่าจะมีการประดับเพชรทรงเหลี่ยมเอาไว้บนขอบตัวเรือนของ Ref. 5711 นี่เป็นความคิดสุดท้ายที่อยู่ในหัว ซึ่งผมคิดว่ามันน่าจะดีมากที่ Ref. 5711 จะมาพร้อมกับเพชรทรงเหลี่ยมและผลิตจำนวนจำกัด ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเคยทำในอดีตกับรุ่นตัวเรือนสตีลของ Twenty ~ 4 ที่เราเคยประดับเพชรและเราก็เป็นเจ้าแรกที่ทำเช่นนั้นกับนาฬิกาที่มีมูลค่าสูง ดังนั้นผมว่าน่าจะเป็นความคิดที่ดีที่จะทำเช่นเดียวกันกับ Nautilus ที่ทำจากสตีล เพื่อนำไปสู่การผลิตซีรีส์สุดท้ายที่มาพร้อมกับเพชรทรงเหลี่ยม ผลงานรุ่นใหม่ของ Ref. 5711 จึงถือเป็นงานที่ยากกว่าที่จะได้มา ผมรู้เพราะนาฬิกาจะถูกผลิตออกมาไม่มากนัก แต่อย่างน้อยก็เป็นสิ่งที่ผมอยากจะทำจริงๆ และเป็นการยกย่องอย่างให้เกียรติเป็นครั้งสุดท้ายของตัวผมเองที่มีให้กับ Ref. 5711 และผมคิดว่าเราจะประสบความสำเร็จ ผมหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น"


ผลงานรุ่น Ref. 5236-001 กับการแสดงระบบปฏิทินในบรรทัดเดียว (One-line display) ผลงานนี้น่าสนใจ เพราะเป็นวิธีที่ง่ายและมีเหตุผลที่สุดในการอ่านข้อมูล นั่นเป็นหนึ่งสิ่งที่สำคัญหรือไม่?

Thierry Stern: ที่คุณพูดมานั้นถูกทั้งหมด เรื่องนี้ได้รับแรงผลักดันในประเด็นที่ว่าเราจะสามารถรับรู้ปฏิทินได้อย่างไรมาโดยตลอด มันเป็นสิ่งที่ผมอยากทำ ผมยังจำตอนที่พูดกับพ่อเกี่ยวกับประเด็นนี้ได้เป็นอย่างดี ความท้าทายคือ เราแทบไม่สามารถทำสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นโดยที่มีความสวยงามตามมาด้วย มันมีทั้งปัญหาในเรื่องความหนาและเรื่องความลึกสำหรับตัวเรือน รวมถึงข้อมูลที่อยู่ด้านหลังของหน้าปัด จึงเป็นเรื่องยากสำหรับเราที่จะมองหาวิธีที่เหมาะสมที่สุดในการสร้างความลงตัวให้กับกลไกที่มีขนาดเท่านี้ สิ่งที่เราทำมาตลอดหลายปีที่ผ่านมานั้น ทำให้เราได้เรียนรู้และยังใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะช่วยให้เราสามารถสร้างกลไกได้อย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ สำหรับผมแล้ว นี่คือวิธีที่เหมาะสมในการอ่านค่าตัวเลขของวันที่ และนั่นคือสิ่งที่ผมชื่นชอบ ต้องบอกว่าผมเติบโตมาพร้อมกับหลายสิ่งหลายอย่างที่ถูกเก็บอยู่ในพิพิธภัณฑ์ ผมจึงเติบโตขึ้นพร้อมกับการนั่งมองความสวยงามของชิ้นงานเหล่านั้น เช่น Ref. 3448 หรือรุ่นที่มีกลไกคล้ายกัน ผมคิดว่านี่คือวิธีที่แท้จริงซึ่งคุณจะได้มองเห็นความสวยงามในการอ่านค่าตัวเลขของวันที่ และอีกอย่างที่ผมค่อนข้างชอบเช่นกันเมื่อนั่งดูสิ่งเหล่านี้คือความทรงจำที่เป็นการระลึกถึงปู่ของผม ผมไม่รู้ว่าทำไม แต่คิดว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ของผม และนั่นคือสิ่งที่ผมชอบเพราะในด้านหนึ่งคุณมีอดีต และในอีกด้านหนึ่ง วิธีที่มันถูกสร้างและออกแบบมานั้นเป็นสิ่งที่แข็งแกร่งและขณะเดียวกันก็ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ตรงนี้แหละที่ทำให้มันสวยงามมาก ผมรู้ว่าผลงานชิ้นนี้จะต้องประสบความสำเร็จอย่างมากแน่นอน

นาฬิกา Ref. 4947 Calatrava Annual Calendar ถือเป็นนาฬิกาแบบเดรสที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้หญิง ทำไม Patek Philippe จึงเลือกใช้สตีลเป็นวัสดุในการผลิตนาฬิกาเรือนนี้ คุณเคยบอกว่า คุณมีเป้าหมายในการใช้โลหะที่มีค่าในการผลิตตัวเรือนนาฬิกาแทนสตีล?

Thierry Stern: เป็นเพราะเรามีนาฬิกาที่เป็น Annual calendar สำหรับสุภาพสตรีที่มีตัวเรือนที่เป็นทองอยู่แล้ว เมื่อผมบอกว่าไม่ต้องการใช้สตีลมากเกินไป มันคือเรื่องจริง แต่บางครั้งคุณก็ต้องทำสิ่งที่แตกต่างออกไป สำหรับนาฬิกาเรือนนี้ มันอยู่ในระดับอัตราส่วนของสัดส่วนของวัสดุในคอลเลกชั่นที่ผมยอมรับได้ ดังนั้น คุณอาจจะถามว่า แล้วทำไมผมถึงต้องผลิตขึ้นมาด้วยละ? เหตุผลมีอยู่ 2 ประการ ประการแรกคอลเลกชันนี้มีตัวเรือนทองคำอยู่แล้ว จึงต้องมีทางเลือกอื่น และประการที่ 2 ความต้องการที่มีมากขึ้นอย่างมากสำหรับนาฬิกาผู้หญิงในตัวเรือนสตีล โดยไม่ต้องประดับเพชรอะไรทั้งนั้น เพื่อให้พวกเธอสามารถสวมใส่ได้ตลอดทั้งวัน ความต้องการลักษณะนี้เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว ลูกค้าจำนวนมากขอให้เราผลิตนาฬิกาสไตล์นี้ออกมาเพื่อให้สุภาพสตรีที่ไม่สนใจใส่เครื่องเพชรติดตัวอยู่ตลอดทั้งวัน และในคอลเล็กชันที่เรามีอยู่นั้นก็ยังไม่มีทางเลือกลักษณะนี้ ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ลูกค้าที่เป็นผู้หญิงของเราจึงหันไปเลือกซื้อนาฬิกาสำหรับสุภาพบุรุษอย่าง Nautilus หรือ Aquanaut แทน ผมคิดว่าทุกวันนี้ควรมีนาฬิกาแบบ Annual calendar เช่นนี้ เพราะมันเป็นนาฬิกาที่ดีสำหรับผู้หญิงผู้มีความกระตือรือร้นซึ่งต้องการนาฬิกาที่มีอะไรเพิ่มขึ้นจากการทำหน้าที่แค่บอกเวลาอีกนิดหน่อย พวกเธอจะต้องพอใจในกลไกที่มีความซับซ้อน และจะต้องทำให้เธอสามารถสวมนาฬิกาทั้งวันตลอด 24 ชั่วโมง ผมจึงตัดสินใจเปิดตัวรุ่นสตีลที่มาพร้อมกับสายสตีลออกสู่ตลาด ผู้ชายก็สามารถใส่นาฬิกาเรือนนี้ได้เช่นกัน และนี่คือสิ่งที่ผมค่อนข้างมั่นใจว่ามันจะเกิดขึ้น ในขณะที่ขนาดอาจจะดูเล็ก แต่ก็ไม่เล็กมากจนเกินไปสำหรับผู้ชาย ผมจะบอกว่านาฬิกาเรือนนี้สามารถสวมใส่ได้ง่ายไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง แม้ว่าเป้าหมายจริงๆ ของเราในตอนเริ่มต้นก็คือผู้หญิง แต่ทว่าทุกวันนี้ผู้หญิงก็สามารถใส่นาฬิกาผู้ชายเยอะเหมือนกัน สำหรับ Patek Philippe คุณจะเห็นว่าพวกเธอก็สวม Nautilus ซึ่งก็ดูลงตัวเลย ตรงนี้เป็นเรื่องตลกสำหรับผมเพราะตอนนี้มันกลับตะละปัดไปหมด ผู้ชายอาจจะสวมนาฬิกาผู้หญิง แต่มันก็เป็นรุ่นที่ดูมีความแข็งแกร่ง ไม่ใช่ทุกคนที่จะใส่มันได้ ในฐานะลูกค้า ผมคิดว่าไม่ใช่ผู้หญิงทุกคนที่จะชอบนาฬิกาเรือนนี้ เพราะกลุ่มหลักจะต้องเป็นผู้หญิงที่มีความกระตือรือร้น ผมไม่ได้จะพูดว่าพวกเธอใช้ชีวิตแบบชิลล์ในระดับหรูหรา แต่เป็นชีวิตที่อาจจะค่อนข้างยุ่งและไม่มีเวลา นั่นคือสิ่งที่ผมมองเห็น และสำหรับผู้ชายก็จะเหมือนกัน ดังนั้น เราหวังว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมของนาฬิกาเรือนนี้ ซึ่งคุณต้องอดใจรออีกสัก 2-3 เดือน


การแพร่ระบาดของ COVID-19 ตรงนี้ได้ส่งผลต่อรสนิยมของลูกค้าที่ดูเหมือนว่าจะให้ความสนใจกับรุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มากขึ้น ความเปลี่ยนแปลงในลักษณะนี้ได้ส่งผลต่อกลยุทธ์ในการเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ๆ ในปี 2021 ของคุณหรือไม่?

Thierry Stern: ไม่เลย ในแง่ของความเปลี่ยนแปลงด้านการออกแบบ ไม่มีผลกระทบอะไรที่เกิดขึ้นเลย ณ ตอนนี้ แต่ในแง่ของการดำเนินธุรกิจ มันส่งผลเล็กน้อย และไม่ง่ายเลยสำหรับการทำธุรกิจของร้านค้าปลีกของเราในการจำหน่ายนาฬิกา Patek Philippe ได้เหมือนเดิมในช่วงที่พวกเขาต้องปิดร้านเพราะการล็อกดาวน์ ตรงนี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างลำบาก แต่ที่ผ่านมาเราทำงานร่วมกับลูกค้าในแต่ละภูมิภาคของโลกอยู่เสมอ และข้อได้เปรียบที่เรามีในช่วงที่เกิดโรคระบาด คือ ร้านค้าปลีกทั้งหมดที่ทำงานร่วมกับ Patek Philippe พวกเขารู้ว่าตัวเองมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งในพื้นที่ของตัวเอง และลูกค้าเหล่านี้ยังสามารถซื้อนาฬิกาได้ พวกเขาสามารถไปที่ร้านโดยใช้เวลาไม่นาน หรือร้านค้าก็สามารถจัดการนำนาฬิกาไปยังจุดที่ลูกค้าอยู่ เพื่อที่พวกเขาจะยังคงทำธุรกิจได้ แม้จะดูไม่ใช่เรื่องปกติ แต่อย่างน้อยก็ขายได้ ผมคิดว่ากลยุทธ์ของ Patek Philippe ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย เราผลักดันการทำงานกับลูกค้าในพื้นที่มาโดยตลอด และด้วยเหตุนี้เราจึงสามารถฝ่าวิกฤติการแพร่ระบาดได้โดยไม่มีความเสียหายมากจนเกินไป เราสูญเสียประมาณ 20% แต่ตัวเลขโดยรวมยังคงยอดเยี่ยม ดังนั้นเรารู้สึกขอบคุณมากจริงๆ เพราะไม่ใช่ทุกแบรนด์ที่สามารถพูดแบบได้แบบนี้ หลายแบรนด์ขับเคลื่อนโดยมีนักท่องเที่ยวเป็นผู้สนับสนุนหลักในการทำธุรกิจ แน่นอนว่าจะมีปัญหามากมายเมื่อเทียบกับ Patek Philippe ดังนั้น สำหรับผมแล้วคงจะบอกว่าการแพร่ระบาดไม่ใช่หายนะ เป็นเพียงสิ่งที่ทำให้เราไม่สามารถไปถึงเป้าหมายที่คิดไว้ แต่อย่างน้อย เราก็ยังค่อนข้างประสบความสำเร็จ เราก็รู้และนี่คือเหตุผลที่เรามาที่นี่ในวันนี้ และถึงแม้ว่าสถานการณ์เช่นนี้จบลง คุณก็ยังจะต้องมีคอลเลกชันที่แข็งแกร่ง นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของความรู้ที่ผมมี และพ่อบอกผมมักจะบอกในเรื่องของเหตุและผลที่มีความเกี่ยวพันกัน – ถ้าคุณอยากจะก้าวไปพร้อมกับความสำเร็จ ถ้าคุณเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จ หลังวิกฤตนี้จบลงคุณจะประสบความสำเร็จ สิ่งเดียวที่ยากคือการหาผลิตภัณฑ์ แต่ที่ Patek Philippe เราค่อนข้างมีความคิดสร้างสรรค์ ดังนั้น ผมจึงไม่กังวลเรื่องนั้นมากเกินไป


อะไรคือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับคุณจากประสบการณ์การระบาดของโควิด-19 และในฐานะองค์กร สิ่งที่ Patek Philippe ได้ทำจริงเพื่อเตรียมพร้อมให้ดีขึ้นหากเกิดวิกฤตเช่นนี้อีกคืออะไร?

Thierry Stern: สิ่งที่ผมสามารถตอบได้ก็คือ พ่อของผมต้องเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่สองครั้งในอดีต และเราเคยพูดถึงเรื่องนี้มาแล้ว เขาเป็นคนที่ช่วยผมเตรียมรับมือกับวิกฤตเช่นนี้จริงๆ เรารู้ว่ามันจะมา แต่ทางไหนบ้างเราก็ไม่รู้ แต่วิกฤตลักษณะนี้เกิดขึ้นไม่กี่ครั้ง และแน่นอนมันจะเกิดขึ้นได้อีก เมื่อผมคุยกับพ่อ เขามักจะเตือนผมเกี่ยวกับเรื่องนี้และเขาก็บอกว่า "ลูกควรเตรียมพร้อม" เมื่อเรากำลังพูดถึงการเตรียมพร้อมมันหมายถึงสองสิ่ง อย่างแรกและสำคัญที่สุดคือ คุณต้องเก็บเงินสำรองไว้ให้มาก อย่าใช้เงินจนหมด ระวังในเรื่องนี้ให้ดี เพราะเมื่อเกิดวิกฤต เงินจะถูกใช้อย่างรวดเร็วมาก นอกจากนี้พ่อยังบอกอีกว่า “ลูกรู้ไหมครั้งสุดท้ายที่พ่อเจอ มันเพิ่งมา และมาเร็วมากขนาดนี้ ฉะนั้นลูกต้องพร้อมเสมอ การมัวแต่เตรียมตัวในสภาพเช่นนี้ มันทำไม่ได้ เพราะจะสายเกินไปแล้ว” ดังนั้นที่ Patek Philippe เราจึงมีความพร้อมทางด้านการเงิน เราเก็บเงินสำรองไว้เสมอในฐานะธุรกิจครอบครัว ผมไม่นิยมที่จะเอามันออกมาและใช้จ่ายอย่างสนุกสนาน ผมต้องการความมั่นใจว่าผมสามารถทำให้ Patek Philippe อยู่ในพื้นที่ปลอดภัย และสร้างอนาคตของ Patek Philippe นั่นคือเหตุผลที่ผมเก็บเงินสำรองไว้เป็นจำนวนมากเสมอสำหรับปัญหาประเภทนี้ และอย่างที่ผมบอก มันจะเกิดขึ้นอีกครั้ง นั่นคือสิ่งแรก และอย่างที่สอง ซึ่งอย่างที่ผมเพิ่งพูดไปก่อนหน้านี้ สิ่งที่คุณต้องมีในกระเป๋าตัวเองคือ ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่แข็งแกร่งมาก ดังนั้น เรามักจะมีนาฬิกาหนึ่งหรือสองรุ่นเก็บไว้เสมอ และพร้อมที่จะผลิตมันในกรณีที่มีอะไรเกิดขึ้น ผมคิดว่านี่เป็นหนึ่งในความสำเร็จที่สำคัญของ Patek Philippe ด้วยเหตุนี้ เราจึงสามารถออกจากวิกฤตได้ แน่นอนว่ามันยังไม่เสร็จสิ้น แต่เอาเป็นว่าเริ่มไปกันเลยดีกว่า นี่คือวิธีที่ผมจะผ่าวิกฤติดังกล่าวได้โดยการเพิ่มสิ่งที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง เข้าไปในคอลเลกชัน ซึ่งผมก็หวังว่าเราจะไม่เจอกันเร็วๆ นี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้เราก็มีความพร้อมอยู่แล้ว


มีการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่เกิดขึ้นในความพยายามของ Patek Philippe สำหรับการปรับตัวสู่ระบบดิจิตอลให้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบันนี้หรือไม่ แม้จะเป็นช่วงหลังการแพร่ระบาดไปแล้ว?

Thierry Stern: แน่นอนว่า มันจะต้องมีสิ่งที่เปลี่ยนไป นี่เป็นวิธีที่ผมจะสื่อสารเพื่อบอกความจริงที่ว่า วันนี้ ผมยืนอยู่ที่นี่ ใน Plan-les-Ouates หันหน้าไปทางกล้องและมีหน้าจอทั้งหมดที่ผมสามารถมองเห็นพวกคุณได้ ซึ่งเป็นสิ่งใหม่อยู่แล้ว ผมคิดว่ามันก็ไม่เลวเลย มันเป็นการผสมผสานที่ดี เราควรมีเครื่องมือประเภทนี้ติดเอาไว้ แม้จะสิ้นสุดการแพร่ระบาด เพราะมันมีประโยชน์ในการสื่อสารกับคนที่ไม่สามารถเดินทางได้ หรือถ้าผมต้องมีการสื่อสารที่สำคัญทั่วโลก มันก็เป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดเช่นกัน เพราะผมสามารถมองเห็นทุกคนอยู่รวมกัน อย่างไรก็ตาม มันก็ยังไม่ใช่สิ่งที่ผมจะทุ่มเทแบบ 100% หลังจากการแพร่ระบาดสิ้นสุด ตรงนี้จะเป็นเครื่องมือที่เข้ามาช่วยเพิ่มเติม แต่เราจะไม่หยุดจากการทำกิจกรรมที่เคยเป็น การเดินทางไปพบร้านค้าเพื่อพบพวกคุณเมื่อเรามีเวลา ทำกิจกรรมเพื่อที่เราจะได้พูดคุยกัน นี่คือสิ่งที่สำคัญ ดังนั้นวิวัฒนาการของ Patek Philippe กับการแพร่ระบาดจึงเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มมัลติมีเดียที่มีมากขึ้นอย่างแน่นอน
เราอาจจะทำอะไรได้ไม่เร็วนักแต่ก็ได้ศึกษาทุกอย่างมาก่อน ผมชอบที่จะใช้เวลาของผม และคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นเหตุเป็นผลมากขึ้นและนั่นก็สมบูรณ์แบบจริงๆ ที่ Patek Philippe ไม่ใช่แค่นาฬิกาเท่านั้นที่ควรจะสมบูรณ์แบบ แต่ยังมีทุกอย่าง ดังนั้นการสื่อสารจึงเป็นส่วนสำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง และนั่นคือเหตุผลที่เรามักจะมาช้ากับเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็น Instagram หรือแม้แต่เว็บไซต์ เราไม่ใช่คนแรก แต่ในยุคที่คนชอบเสพข้อมูลแบบสั้นๆ ผมว่าเราก็ทำได้ดีเลยทีเดียว เราจึงได้เรียนรู้จากคนอื่นๆ และได้พยายามปรับปรุงทุกอย่าง สิ่งนี้จะคงอยู่หลังจากการแพร่ระบาดอย่างแน่นอน แต่ก็เป็นแค่เครื่องมือเสริม ไม่ใช่สิ่งที่เข้ามาทดแทน นั่นหมายความว่าผู้จัดการพื้นที่ ตัวผมเอง และผู้ที่ให้บริการหลังการขาย จะยังคงเดินทาง ยังคงเดินทางมาหาพวกคุณและให้ข้อมูลทั้งหมด และยังมีเวลาดื่มแชมเปญดีๆ สักแก้วด้วยกัน


ก่อนที่งาน Watches and Wonders จะเริ่มขึ้น มีการประกาศว่าการดึงข้อมูลจากฐานเก็บข้อมูลจะไม่มีข้อมูลนาฬิกาที่มีอายุใหม่กว่าปี 1990 ซึ่งในการสัมภาษณ์ของคุณระบุถึงเป็นการป้องกันไม่ให้ตลาดเกรย์มาร์เก็ตนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ในการรับรองความถูกต้องของนาฬิกาที่ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลของลูกค้าคนสุดท้าย นี่คือสิ่งที่คุณคาดเดาได้ใช้ไหมว่าจะเกิดขึ้น หรือคุณสามารถอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้หรือไม่?

Thierry Stern: ผมอธิบายเพิ่มเติมตามนี้ครับ ไม่มีอะไรมากกว่านี้ที่เราอยากจะอธิบาย สิ่งที่เราเห็นนั้นมีหลากหลายความเห็นและมุมมองที่ดูแล้วมากเกินไป ผมทราบดีในแง่ของการให้ความมั่นใจต่อสิ่งที่สำคัญที่สุดนั่นคือส่วนของธุรกิจ แต่ในทางกลับกัน เรายังถูกถามถึงเรื่องของบรรดาบริษัทรับประมูลหลายต่อหลายครั้งมาก่อนสำหรับข้อมูล เราไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ให้สำเร็จสักที ซึ่งตรงนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมอยากจะมีความจริงจังมากกว่านี้ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีการพูดคุยกันอย่างจริงจัง และผมคิดถึงแนวคิดที่จะไม่ทำให้เกิดผลกระทบหรือสร้างความหวาดหวั่นต่อบรรดานักสะสม สิ่งเราทำเป็นการปกป้องพวกเขาต่างหาก แล้วมันเป็นวิธีที่ฉลาดใช่ไหม ? ไม่…ผมคิดว่ามันนานเกินไป และยังมีอะไรบางอย่างที่ดีกว่านั้น ซึ่งผมต้องเรียนรู้ อย่างที่คุณทราบดี ผมเก่งในเรื่องของผลิตภัณฑ์ ผมคิดว่าผมเก่งในแง่ของการค้าด้วยเช่นกัน แต่เมื่อต้องทำเรื่องเช่นนี้ ผมกลับทำพลาด แม้ไม่ถึงกับเป็นข้อผิดพลาดใหญ่โตอะไร แต่มันก็ยังเป็นข้อผิดพลาดอยู่ดี ผมไม่ชอบการทำอะไรพลาด แต่อย่างว่าละครับ เราเป็นคน และผมได้พูดคุยกับพ่อเรื่องนี้ ผมต้องถามเขาว่า ‘พ่อคิดอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ ? ผมคิดผิดหรือเปล่า ?’ และเขาก็บอกว่า ‘ไม่ เราไม่ได้ทำผิดอะไร เราไม่ได้ผิดเลย แต่มันแค่เกินไปหน่อยเท่านั้นเอง เป้าหมายของลูกยังเป็นเรื่องของการปกป้องบรรดานักสะสม และการทำเช่นนี้ ใช่..ลูกกำลังปกป้องพวกเขา แต่มันก็แค่เพิ่งเริ่มต้นจากที่พวกเขาอยู่กันมาอย่างยาวนาน’ ดังนั้น เราก็เลยตัดสินใจที่จะทำ ผมคิดว่าข้อกำหนดที่มีระยะเวลา 10 ปีน่าจะเหมาะสมที่สุด ดังนั้น สิ่งที่ผมจะต้องบอกกับลูกค้าทุกท่านในตอนนี้คือ ช่วยเก็บใบรับรองเอาไว้ให้ดี อย่าทำหาย แล้วทำไมคุณจะต้องทำใบรับรองหายด้วยละ ? คุณอาจจะถามผมอย่างนี้ ตรงนี้ถือว่ามีความสำคัญสำหรับผมอย่างมาก ผมคิดว่าการทำเช่นนี้เหมือนกับการส่งสัญญาณออกไปยังลูกค้าทุกคนให้ระมัดระวังเมื่อต้องซื้อนาฬิกา Patek Philippe นี่คือนาฬิกาที่มีมูลค่าสูง และคุณควรจะเก็บใบรับรองนาฬิกาเอาไว้ เหมือนกับรถยนต์ของคุณนั่นแหละ ผมหมายความว่า คุณไม่ควรทำทะเบียนหาย ทำนองเดียวกันนั่นแหละ และผมคิดว่าลูกค้าน่าจะเข้าใจเรื่องนี้กันแล้ว ผมคิดว่านักสะสมน่าจะยิ่งพอใจเรื่องนี้มากขึ้นนะ ประตูยังคงปิดแน่น 100% สำหรับธุรกิจที่ทำคู่ขนานกับเรา ผมรู้ว่ามันคงยากที่จะจัดการได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่อย่างน้อยด้วยวิธีนี้น่าจะทำให้พวกเขาทำอะไรได้ลำบากขึ้นอย่างแน่นอน


อะไรคือสิ่งสำคัญอันดับแรกของคุณและ Patek Philippe สำหรับการทำงานในช่วง 3-4 ปีข้างหน้า? มีอะไรที่แตกต่างซึ่งคุณอยากจะทำบ้างหรือไม่ ?

Thierry Stern: ผมคิดว่าสิ่งสำคัญลำดับแรกของเราคือการรักษาอนาคตของ Patek Philippe ด้วยการมีผลิตภัณฑ์ที่ดี แน่นอนผมคิดว่าเรามีทีมงานที่สร้างคอลเลกชั่นใหม่ๆ สำหรับอนาคตซึ่งเป็นสิ่งที่เราทำทุกสัปดาห์ ซึ่งผมคิดว่าผมยกมาพูดแล้วเมื่อวาน สำหรับเรื่องของกลไก ผมยังคงมองเห็นอนาคตที่ดี เพราะในตอนนี้เรายังทำงานกันอยู่จนกระทั่งถึงปี 2037 ผมคงจะบอกว่าแผนการที่วางเอาไว้ในตอนนี้เต็มกำลังการทำงานกันหมดแล้ว สำหรับผม ในตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การสร้างผู้จัดการรุ่นใหม่ที่เป็นคนรุ่นใหม่ รวมถึงฝ่ายบริการรุ่นใหม่เช่นเดียวกับตัวผม และมิสเตอร์ Peny เราต้องแน่ใจว่าข้างหลังเราจะต้องมีใครมารับช่วงต่อถ้าเกิดอะไรขึ้น เพราะเราไม่ใช่ซูเปอร์แมน คุณก็รู้เมื่อถึงเวลา เราก็ต้องจากไป และผมคิดว่าเป็นสิ่งสำคัญในการให้ความมั่นใจกับคุณ กับลูกค้า กับร้านค้า กับผู้คนที่อยู่ในเมืองเจนีวา ซึ่งถือเป็นชุมชนของเรา นั่นแหละคือสิ่งที่สำคัญมาก ในฐานะที่เป็นธุรกิจครอบครัว ผมมีความรับผิดชอบไม่เพียงแต่ต่อครอบครัวของตัวเองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงครอบครัวของสมาชิกใน Patek Philippe ทั้งหมดด้วย และพวกเขาเป็นคนที่ผมคิดว่าจะมีความกังวลในเรื่องลักษณะนี้ ดังนั้นในปีหน้า ผมจะต้องสร้างความมั่นคงให้กับอนาคตของ Patek Philippe และมันเป็นสิ่งที่อยู่ในแผนการทำงานอยู่แล้ว และไม่เห็นว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นภัยคุกคามอะไรกับเราเลย…ไม่เลย ผมคิดว่าเลือดใหม่ที่ถูกเติมเข้ามาในบริษัทเป็นอะไรที่ดีอยู่เสมอ ตัวอย่างเช่น สำหรับลูกๆ ของผม คุณก็รู้ตอนนี้พวกเขาอายุ 18 ปีและอีกคนก็กำลังจะอายุ 20 ปี พวกเขามีส่วนร่วมใน Patek Philippe ด้วยเช่นกัน พวกเขาชอบมัน พวกเขารู้จักผลิตภัณฑ์ของเรา ดังนั้นจึงมีความสำคัญมากเช่นกัน ผมคิดว่านี่สำหรับลูกค้าที่เป็นผู้ซื้อของเรา มันเป็นสิ่งที่ต้องทำ เราจะไม่หายไป เพราะตัวผมเองก็จะจากไปในวันหนึ่งอย่างแน่นอน แต่ Patek Philippe ควรจะอยู่ต่อไป คุณรู้ว่าเราอยู่ที่นี่ตั้งแต่เกือบ 200 ปีที่แล้ว ไม่มีทางที่เราจะหยุด นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผม


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com