Cartier

Last updated: 4 ต.ค. 2564  |  1176 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Cartier

คาร์เทียร์ (Cartier) แบรนด์เครื่องประดับและนาฬิกาสัญชาติฝรั่งเศส สานต่อความคลาสสิกอันไม่มีที่สิ้นสุดของแคมเปญ The Culture of Design หรือศิลปะแห่งการออกแบบ นำร้านคาร์เทียร์ไอคอนิคป๊อปอัพ กลับมาอีกครั้งพร้อมเชิญชวนทุกท่านร่วมค้นหาและสัมผัสกับคอลเลคชั่นอันโดดเด่นทั้ง 7 อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาอย่างยาวนาน ได้แก่ บัลลง เบลอ (Ballon Bleu), จุสต์ เอิง คลู (Juste un Clou), แทงก์ (Tank), ทรินิตี้ (Trinity), ปองแตร์ (Panthère), เลิฟ (Love) และซานโตส (Santos)  ผ่านร้านคาร์เทียร์ไอคอนิคป๊อปอัพที่จะกลับมาสร้างสีสันอีกครั้ง ณ ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม พร้อมเปิดตัวมินิเกมในช่องทางดิจิทัล เพียงแอดไลน์ @CartierTH ร่วมค้นหาไอคอนของตัวเองและเลือกสรรเครื่องประดับและเรือนเวลาชิ้นโปรดให้กับตัวเองหรือคนพิเศษ ณ ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม ตั้งแต่วันนี้ – 15 กุมภาพันธ์ 2565

 



แคมเปญ The Culture of Design หรือศิลปะแห่งการออกแบบ เป็นแคมเปญระดับโลกของคาร์เทียร์ที่เน้นย้ำเอกลักษณ์ของชิ้นงานไอคอนของแบรนด์ ถ่ายทอดผ่านลายเส้นอันงดงามของคอลเลคชั่นอันคลาสสิก ทั้ง 7 ที่มีเอกลักษณ์ดีไซน์เฉพาะตัว ประกอบไปด้วย คอลเลคชั่นบัลลง เบลอ (Ballon Bleu), จุสต์ เอิง คลู (Juste un Clou), แทงก์ (Tank), ทรินิตี้ (Trinity), ปองแตร์ (Panthère), เลิฟ (Love) และซานโตส (Santos) ทุกคอลเลคชั่นล้วนเป็นผลงานที่จดจำได้ตั้งแต่แรกเห็นและได้รับการสร้างสรรค์ผ่านแนวคิดอันแหวกแนว ซึ่งถูกหล่อหลอมและฝังรากลึกอยู่ในจิตวิญญาณของคาร์เทียร์ ซึ่งมุ่งมั่นรังสรรค์ผลงานศิลปะผ่านคอลเลคชั่นเครื่องประดับและเรือนเวลา ที่มาพร้อมกับดีไซน์โดดเด่นจนยากที่จะละสายตาคอลเลคชั่นอันเป็นไอคอนทั้ง 7 ได้แก่

 


บัลลง เบลอ เดอ คาร์เทียร์ (Ballon Bleu de Cartier)
นาฬิกาบัลลง เบลอ (Ballon Bleu de Cartier) ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นเมื่อปีค.ศ. 2007 คาร์เทียร์ได้เพิ่มมิติให้กับนาฬิกาหน้าปัดทรงกลม เกิดเป็นหน้าปัดทรงโค้งนูนแต่ยังคงความสมดุลระหว่างมิติและเส้นสายอย่างสมบูรณ์แบบ เม็ดมะยมสีน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ถูกซ่อนไว้ในวงแหวนกลมเล็กอย่างแนบเนียนที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา

จุสต์ เอิง คลู (Juste un Clou)
คอลเลคชั่นจุสต์ เอิง คลู (Juste un Clou) ถูกสร้างสรรค์ขึ้นที่เมืองนิวยอร์กในยุค 1970 โดย อัลโด ซิปูโย(Aldo Cipullo) ดีไซเนอร์ของคาร์เทียร์ได้นำรูปทรงตะปูที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปมาตีความใหม่เป็นเครื่องประดับอันทรงคุณค่า ด้วยเส้นสายโค้งมน ทว่ามีดีไซน์เฉียบคมพร้อมสัดส่วนที่รับกับข้อมืออย่างลงตัว

แทงก์ (Tank)
เมื่อปีค.ศ. 1917 หลุยส์ คาร์เทียร์ ได้นำแรงบันดาลใจจากความคมชัดของเส้นสายต่างๆ และภาพจากมุมมองด้านบนของรถถังมาสร้างสรรค์เป็นรูปทรงใหม่ให้กับนาฬิการุ่นแทงก์ ซึ่งมีเอกลักษณ์เป็นโลหะสองชิ้นที่ประกบตัวเรือนทรงเหลี่ยมด้วยหลักการออกแบบกราฟฟิกให้คานทรงเหลี่ยมสองชิ้นที่ประกบตัวเรือนเป็นดั่งล้อรถ และตัวเรือนดุจหอบังคับการ โดยที่การประกอบตัวเรือนกับสายนาฬิกาต้องกลมกลืนจนเกือบจะเป็นเส้นเดียวกันเพื่อรักษาหัวใจหลักของแรงบันดาลใจไว้

 ทรินิตี้ (Tritiny)
แหวนทรินิตี้ เป็นผลงานการออกแบบของหลุยส์ คาร์เทียร์เมื่อปีค.ศ.1924 ด้วยการเผยความงดงามของวงแหวนสีทองไวท์โกลด์ เยลโลโกลด์และพิงค์โกลด์ 3 วงที่มีเส้นสายเรียบง่ายและขนาดสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบซึ่งกระหวัดพันเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

ปองแตร์ เดอ คาร์เทียร์ (Panthère de Cartier)
นาฬิกาปองแตร์ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเมื่อปีค.ศ.1983 ให้เป็นมากกว่างานศิลปะ ด้วยตัวเรือนทรงเหลี่ยมมุมมน เส้นสายที่กลมกลืนอย่างไร้รอยต่อของตัวเรือนและสายนาฬิกา รวมถึงหมุดตอกที่เห็นบนกรอบตัวเรือน คาร์เทียร์ปรารถนาที่จะให้นาฬิกาปองแตร์รักษาความความโดดเด่นของเส้นสายแต่ยังความอ่อนช้อย ซึ่งทำให้เรือนเวลารุ่นนี้เป็นเสมือนเครื่องประดับในคราวเดียวกัน โดยนาฬิกาเรือนนี้มีชื่อเดียวกับกำไลข้อมือที่สะท้อนความเคลื่อนไหวของเสือแพนเตอร์ สัตว์ที่เป็นดั่งสัญลักษณ์ประจำเมซง นาฬิกาเรือนนี้ได้ถูกนำมาออกแบบตีความใหม่อีกครั้งในปีค.ศ. 2017 ถ่ายทอดนิยามความเป็นอิสตรีที่เปี่ยมสุข เด็ดเดี่ยว และเป็นอิสระ

เลิฟ (Love)
เลิฟ คือเครื่องประดับที่สะท้อนวิสัยทัศน์ด้านการดีไซน์ของคาร์เทียร์ และเส้นสายที่คมชัดคือความสมบูรณ์แบบ กำไลข้อมือทรงรีนี้ถูกสร้างสรรค์โดย อัลโด้ ซิพูลโล (Aldo Cipullo) ที่เมืองนิวยอร์กเมื่อปีค.ศ.1969 ด้วยการนำทองคำหรูหราทรงโค้งสองชิ้นมาประกอบเข้ากันด้วยสกรูและไขควงที่ให้มาโดยเฉพาะ

ซานโตส เดอ คาร์เทียร์ (Santos de Cartier)
นาฬิกาซานโตสถูกสร้างสรรค์ขึ้นเมื่อปีค.ศ.1904 บนแนวคิดเรื่องรูปทรง รสนิยมแบบเรียบง่าย ความถูกต้องของสัดส่วนและรายละเอียดที่ปราณีตซึ่งเป็นครั้งแรกที่คาร์เทียร์ออกแบบนาฬิกาข้อมือที่มีหน้าปัดสี่เหลี่ยม ขณะที่ในยุคนั้นนาฬิกาพกมักมีทรงกลม ส่วนสกรูที่มักถูกซ่อนไว้อยู่เสมอในเทคนิคการประกอบเรือนเวลาชั้นสูงก็กลับปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดและกลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งความสวยงามของคอลเลคชั่นในที่สุด



 

เพื่อตอกย้ำความเป็นแบรนด์เครื่องประดับและเรือนเวลาชั้นนำที่มีประวัติศาสตร์อย่างยาวนาน คาร์เทียร์จึงสานต่อความคลาสสิกอันไม่มีที่สิ้นสุดของแคมเปญ The Culture of Design หรือศิลปะแห่งการออกแบบ และนำร้านคาร์เทียร์ไอคอนิคป๊อปอัพกลับมาอีกครั้ง ภายในร้านผู้เยี่ยมชมจะเพลิดเพลินไปกับการเลือกชมเครื่องประดับและเรือนเวลา พร้อมทั้งรับคำแนะนำเกี่ยวกับแต่ละผลิตภัณฑ์อย่างใกล้ชิดจาก Cartier Ambassador นอกจากนี้ คาร์เทียร์ยังเปิดตัวมินิเกมสุดพิเศษที่ออกแบบมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ เปิดโอกาสให้ทุกท่านร่วมค้นหาไอคอนในแบบฉบับของตัวเอง เพียงเพิ่มเพื่อนกับ @CartierTH เพื่อร่วมสนุกพร้อมรับของที่ระลึกเป็น Cartier Hand Sanitizer

 



ทั้งนี้ คาร์เทียร์มีมาตรการณ์ความควบคุมความสะอาดและความปลอดภัยอย่างสูงสุด จำกัดจำนวนคนภายในร้าน พร้อมทำความสะอาดทุกจุดสัมผัสตลอดวัน และมีเจลแอลกอฮอล์ให้บริการแก่ลูกค้าทุกท่าน พนักงานในร้านคาร์เทียร์ทุกคนได้รับวัคซีนแล้ว ใส่หน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัดและได้รับการตรวจสอบแล้วว่าไม่ได้เดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง

 


ร่วมสัมผัสประสบการณ์ศิลปะแห่งการออกแบบ The Culture of Design ณ ร้านคาร์เทียร์ไอคอนิคป๊อปอัพ พร้อมเลือกสรรเครื่องประดับและเรือนเวลาชิ้นโปรดให้กับตัวเองหรือคนพิเศษได้ ตั้งแต่วันนี้ – 15 กุมภาพันธ์ 2565 ณ ชั้น M ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคาร์เทียร์ โปรดเยี่ยมชม  www.cartier.com/en-th  หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Cartier Thailand
LINE Official Account  @CartierTH หรือสแกน QR Code

 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้