OMEGA และ Beijing 2022

Last updated: 2022-02-05  |  663 จำนวนผู้เข้าชม  | 

OMEGA และ Beijing 2022

เป็นเวลากว่า 90 ปีเต็มที่ OMEGA ได้เป็นผู้นำในการบอกเวลาด้านการแข่งขัน, บันทึกวินาทีแห่งความฝันของเหล่านักกีฬาชั้นนำระดับโลก และยังคงมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีที่ทุกผลการแข่งขันต้องพึ่งพา

ความจริงแล้ว OMEGA ที่เริ่มต้นหน้าที่นี้ในปี 1932 นั้นใช้ช่างนาฬิกาเพียงหนึ่งคนกับนาฬิกาจับเวลาอีก 30 เรือน ทว่าสำหรับในปักกิ่งปีนี้ การดำเนินงานประกอบด้วยเจ้าหน้าที่กว่า 300 คนกับอุปกรณ์หนักรวมกว่า 200 ตัน ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ว่าหน้าที่อันแสนสำคัญนี้เติบโตขึ้นมากเพียงใด รวมทั้งมาตรฐานแห่งความยอดเยี่ยมที่ถูกพัฒนามาโดยตลอด จนในปัจจุบัน OMEGA สามารถที่จะมอบความเที่ยงตรงในระดับที่แทบจะมิอาจโต้แย้ง

แน่นอน OMEGA ได้เคยมีประสบการณ์อันล้ำค่าในปักกิ่งมาแล้ว โดยเมื่อฤดูร้อนปี 2008 แบรนด์ได้เข้าร่วมในฐานะผู้บอกเวลาอย่างเป็นทางการ เป็นสักขีพยานถึงหนึ่งในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกที่น่าจดจำมากที่สุดและได้ร่วมเพลิดเพลินไปกับการต้อนรับจากเมืองเจ้าภาพ จึงไม่น่าประหลาดใจที่โลกกำลังจะได้พบกับงานที่สุดยิ่งใหญ่อีกครั้ง

 

หมุดหมายในกีฬาฤดูหนาวของ OMEGA

OMEGA กับกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวมีความเชื่อมโยงระหว่างกันมายาวนาน นับตั้งแต่ปี 1936 แต่ละช่วงเวลามีการพัฒนาผลงานเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคณะกรรมการผู้ตัดสิน นักกีฬาและผู้ชมทั่วโลก มาย้อนรอยกัน!

มหกรรมโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งแรกของเรา

ปี 1936 เป็นปีแรกที่ OMEGA ได้ทำหน้าที่บอกเวลาอย่างเป็นทางการในมหกรรมโอลิมปิกฤดูหนาว ด้วยหนึ่งช่างนาฬิกาและนาฬิกาจับเวลาอีก 27 เรือน แบรนด์ก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างน่าชื่นชม บอกเวลาที่การ์มิชปาเตนเคียร์เชน (Garmisch-Patenkirchen) โดยปราศจากข้อบกพร่อง  ก่อนหน้า แบรนด์ได้เคยได้รับเลือกให้เป็นผู้บอกเวลาอย่างเป็นทางการครั้งแรกของมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนที่ลอสแองเจลลิสมาแล้วในปี 1932

ก้าวสู่ยุคแห่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ปี 1948 เป็นปีแรกที่โฟโต้อิเล็กทริกซ์เซลล์ของ OMEGA ได้ถูกนำมาใช้ในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก เทคโนโลยีที่ปฏิวัติวงการนี้จะหยุดการทำงานของนาฬิกาที่เส้นชัยแบบอัตโนมัติซึ่งมาแทนที่ขีดจำกัดของการตัดสินด้วยการมองเห็นที่ขาดความน่าเชื่อถือ ระหว่างการแข่งขันปีเดียวกัน OMEGA ยังเปิดตัวกล้องโฟโต้ฟินิชที่มหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนซึ่งได้เปลี่ยนโฉมหน้าการบอกเวลาไปตลอดกาล

 

ประตูออกตัว

ปี 1956 เป็นปีแรกที่ OMEGA ได้นำประตูออกตัวมาใช้กับกีฬาสกีอัลไพน์ในกีฬาโอลิมปิก นวัตกรรมดังกล่าวได้ถูกใช้งานครั้งแรกที่กอร์ตีนาดัมเปซโซ (Cortina d’Ampezzo) โดยประตูจะทำหน้าที่ส่งสัญญาณออกตัวในแต่ละครั้ง และเมื่อนักกีฬาออกตัว OMEGA Quartz Recorder ก็จะเริ่มทำงาน

แสดงเวลาบนหน้าจอ

ปี 1964 เป็นปีแรกที่ OMEGA สามารถแสดงเวลาของนักกีฬาโอลิมปิกลงบนด้านล่างหน้าจอโทรทัศน์ ต้องขอบคุณเทคโนโลยีใหม่ที่รู้จักกันในชื่อ Omegascope ไม่เคยมีครั้งใดที่ผู้ชมนอกสนามจะได้รับทราบผลการแข่งอย่างรวดเร็วและชัดเจนได้เพียงนี้ นับจากที่อินส์บรุค (nnsbruck) แนวคิดของการรายงาน “ผลกีฬาสด” ก็มาถึง

เผยสถิติ

ปี 1968 เป็นปีแรกที่ OMEGA ได้เริ่มนำ “Integrated Timing” มาใช้กับมหกรรมกีฬาโอลิมปิก เมื่อการแข่งถูกจัดขึ้นที่เกรโนเบิล (Grenoble) แบรนด์ OEMGA ก็สามารถส่งมอบผลการแข่งขันรวมถึงข้อมูลทางสถิติเชิงลึกให้กับสำนักข่าว, สื่อ, ช่องโทรทัศน์, ผู้ตัดสินและสาธารณชนได้ ยิ่งกว่านั้น Omegascope ยังทำให้สามารถแสดงรายละเอียดการแข่งขันอย่างครบสมบูรณ์บนหน้าจอโทรทัศน์ ซึ่งมีทั้งถึงชื่อนักกีฬา, เวลาปัจจุบัน, เวลาสุดท้าย, เวลาระหว่างการแข่งขันและความเร็ว

แสดงอันดับแบบเป็นปัจจุบัน

ปี 1980 เป็นปีแรกที่ OMEGA ได้นำเทคโนโลยี Game-O-Matic มาใช้งาน โดยระบบสามารถคำนวนและแสดงอันดับของผู้เข้าแข่งขันได้อย่างเป็นปัจจุบันทันทีที่เขาหรือเธอเข้าเส้นชัยในการแข่งขันสกีอัลไพน์ เทคโนโลยีประกอบด้วยอุปกรณ์คำนวนข้อมูลในตัวเองและมอบผลการแข่งได้ตรงตามความเกณฑ์ของผู้จัดในเลก เพลซิด (Lake Placid) ในปีนั้นทุกประการ

กล้องโฟโต้ฟินิชรุ่นใหม่

ปี 1992 เป็นปีที่ OMEGA ได้เปิดตัวระบบ Scan’O’Vision ใหม่ที่อัลเบิร์ตวิลล์ OMEGA เคยใช้งานกล้องโฟโต้ฟินิชในโอลิมปิกครั้งก่อนมาแล้ว แต่เทคโนโลยีที่ผ่านการปรับปรุงใหม่นี้สามารถคำนวณเวลาแบบดิจิทัลได้ละเอียดใกล้เคียงถึงระดับ 1/1000 วินาที ความเที่ยงตรงที่เพิ่มขึ้นนั้นสร้างความประหลาดใจและเป็นการประกาศถึงหน้าบทใหม่ของศาสตร์แห่งการบอกเวลา

เทคโนโลยีที่สามารถสวมใส่

ปี 2006 เป็นปีแรกที่ OMEGA ใช้งานเครื่องส่งสัญญาณโดยจะถูกติดตั้งที่ตัวผู้เข้าแข่งขัน มันถูกใช้ครั้งแรกในการแข่งขันสปีดสเก็ตประเภท Team Pursuit ที่ตูริน เครื่องส่งสัญญาณจะอยู่บริเวณข้อเท้าของผู้เข้าแข่งขันโดยสามารถที่จะรับและส่งสัญญาณวิทยุ จึงทำให้ OMEGA สามารถระบุค่า ณ เวลาต่างๆ แบบเจาะจงได้

ปืนพกออกตัวอิเล็กทรอนิกส์

ปี 2010 ที่แวนคูเวอร์ ปืนพกออกตัวอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Start Pistol) ได้เข้ามาแทนการใช้งานปืนพกแบบดั้งเดิม อุปกรณ์ที่มีความเป็นอนาคต ทันสมัยของ OMEGA นี้ประกอบด้วยปืนส่งสัญญาณแสงและกล่องลำโพง เมื่อกรรมการทำการลั่นไกก็จะมีสามกระบวนการที่เกิดขึ้นพร้อมกัน: เสียงจะถูก “เล่น” แสงจะวาบขึ้นและสัญญาณออกตัวจะถูกส่งไปยังอุปกรณ์บอกเวลา

ระบบตรวจจับเสียงนกหวีด

ปี 2014 หนึ่งในเทคโนโลนีใหม่ที่น่าตื่นเต้นในโซชินั้นรวมถึงการมาถึงของระบบตรวจจับเสียงนกหวีด (Whistle Detection System) สำหรับกีฬาฮ็อกกี้น้ำแข็ง อุปกรณ์นี้จะถูกสวมใส่โดยกรรมการ และไมโครโฟนจะช่วยให้พวกเขาสื่อสารไปยังกรรมการคะแนนที่โต๊ะบอกเวลา ระบบยังช่วยหยุดเวลาทันทีที่ตรวจพบเสียงนกหวีดของกรรมการ มันช่วยให้สามารถทำงานได้เร็วขึ้นอย่างน้อยครึ่งวินาทีเมื่อเทียบกับกรรมการคะแนนรายใดจะสามารถปฏิบัติได้

ยุคสมัยใหม่

ปี 2018 ที่พย็องชาง OMEGA ได้ต้อนรับยุคใหม่ของเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวและระบบระบุตำแหน่ง ในการแข่งขันนี้ กรรมการเวลาจะสามารถคำนวณข้อมูลนักกีฬาได้ในทุกแง่มุม – ตั้งแต่ความเร็วปัจจุบันในกีฬาสกีอัลไพน์ไปจนถึงความสูงปัจจุบันของกีฬาสกีกระโดดอันน่าตื่นตาตื่นใจ เทคโนโลยีนี้ทำให้ผลแพ้ชนะของนักกีฬามีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น และทำให้ผู้ชมเข้าใจกีฬาที่ตนชมอยู่ได้อย่างถ่องแท้มากกว่าที่เคย

 

เทคโนโลยีใหม่สำหรับปักกิ่ง

OMEGA พัฒนาเทคโนโลยีมากมายสำหรับการแข่งขันกีฬา ไม่ว่าจะเป็น Scan’O’Vision MYRIA, โฟโต้อิเล็กทริกซ์เซลล์, เทคโนโลยี Snowgate, นาฬิกา Quantum, สกอร์บอร์ดความคมชัดสูง, ระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวและระบุตำแหน่ง เป็นต้น เทคโนโลยีก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว – เช่นเดียวกับการทำหน้าที่ผู้บอกเวลาของ OMEGA ในปัจจุบัน แบรนด์ไม่เพียงคำนวณผลการแข่งขัน แต่ยังรวมถึงทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในการแข่ง การผสมผสานกล้องจับการเคลื่อนไหวกับเซนเซอร์ที่นักกีฬาสวมใส่ทำให้ OMEGA สามารถแสดงความเร็วปัจจุบันของบ็อบสเลด หรือตำแหน่งปัจจุบันในกีฬาสปีดสเก็ตได้ ส่งมอบข้อมูลที่ทำให้นักพากษ์ ผู้ชม นักกีฬา และโค้ชสามารถวิเคราะห์ได้อย่างเต็มพิกัดในแต่ละการแข่งขัน และสำหรับการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวที่กรุงปักกิ้งในครั้งนี้ก็มีเทคโนโลยีใหม่ที่พัฒนาขึ้นเพื่อการแข่งขันครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

สเกตลีลา – การวิเคราะห์การกระโดด

ด้วยเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวและระบบระบุตำแหน่ง กีฬาสเกตลีลาจะถูกวิเคราะห์เจาะลึกมากกว่าที่เคย กล้องทั้งหกตัวที่ถูกติดตั้งไว้ข้างลานน้ำแข็ง ระหว่างการแข่งแบบเดี่ยวกล้องจะช่วยเผยข้อมูลแบบเป็นปัจจุบันอันประกอบด้วยความสูง, ระยะการกระโดด และเวลาที่ผู้เข้าแข่งขันอยู่ในอากาศ ด้วยการติดตามตำแหน่งและการเคลื่อนไหว ระบบใหม่นี้จะเป็นหนทางอันน่าตื่นเต้นที่จะช่วยให้เราเข้าใจการท่วงท่าของนักสเกต และสามารถเปรียบเทียบผู้เข้าแข่งขันแต่ละรายได้

สปีดสเก็ต – ระบบตรวจจับการออกตัวที่ผิดกติกา

ระบบตรวจจับการออกตัวที่ผิดกติกาจะเป็นสิ่งที่พลิกโฉมปักกิ่ง ที่ผ่านมากีฬาได้ถูกตัดสินด้วยสายตาของกรรมการหากพบการเคลื่อนไหวของผู้เข้าแข่งขันหรือใบมีดที่ล้ำเกินเส้นออกตัว บัดนี้ OMEGA ได้นำระบบติดตามการเคลื่อนไหวมาประยุกต์ใช้เพื่อแสดงการออกตัวที่ผิดกติกาได้อย่างชัดเจร ช่วยมอบความน่าเชื่อถือที่ดีมากกว่าเดิมสำหรับวินาทีสำคัญ ด้วยกล้องที่ติดตั้งอยู่ข้างลู่ ระบบจะถูกตรวจด้วยกรรมการซึ่งจะออกคำตัดสินทันทีที่พบการออกตัวที่ผิดกติกา

ฮ็อกกี้น้ำแข็ง – การแสดงผลในการแข่งขัน

OMEGA ได้เปิดตัวการแสดงผลในการแข่งขันแบบใหม่สำหรับกีฬาฮ็อกกี้น้ำแข็ง ด้วยการผสานระบบ LED เข้ากับเพล็กซีกลาสรอบสนาม นาฬิกาที่โปร่งใสด้านเดียวจะแสดงเวลาการแข่งขันกับการทดเวลาโดยติดตั้งอยู่ระหว่างสองกรอบเขตโทษ การแสดงผลจะมอบประโยชน์อย่างมหาศาลให้กับผู้เล่นที่ตอนนี้จะได้รับข้อมูลสำคัญเหล่านี้ตลอดการแข่งขัน

 

เวทมนต์แห่งโมโนบ็อบ

สำหรับ OMEGA โมโนบ็อบนั้นเป็นมากกว่ากีฬา แบรนด์ได้แสดงความหลงใหลในกีฬาชนิดนี้มาตั้งแต่ปี 2011 ซึ่งไม่เพียงที่ OMEGA จะมีส่วนในการบุกเบิก แต่ยังร่วมสร้างความนิยมให้กับโมโนบ็อบมาโดยตลอด นอกจากนี้เมื่อสิบปีก่อนที่กีฬาชนิดนี้ยังถูกเปิดตัวครั้งแรกที่ Olympia Bob Run อันโด่งดัง

ในปักกิ่งปีนี้ OMEGA ได้ร่วมเฉลิมฉลองการบรรจุกีฬาโมโนบ็อบเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว หลังจากการแข่งขันอันดุเดือดระดับนานาชาติ รวมถึงมหกรรมกีฬาโอลิมปิกระดับเยาวชนปี 2016 และ 2020 เช่นเดียวกับ OMEGA Youth Monobob และ Skeleton Series ในที่สุดกีฬาชนิดนี้พร้อมสำหรับมหกรรมการแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดแล้ว

กีฬาเป็นที่รู้จักในชื่อ “ฟอร์มูลาวัน” แห่งกีฬาฤดูหนาว โมโนบ็อบช่วยเพิ่มความดุเดือดให้กับการละเล่นในฤดูหนาวอันแสนคลาสสิคซึ่งจะประกอบด้วยเลื่อนหิมะทรงเพรียวลมหนึ่งที่นั่งที่จะถูกดัน, บังคับและชะลอโดยนักแข่งเพียงคนเดียว ด้วยเหตุนี้ ทักษะของนักแข่งจึงเป็นสิ่งที่สร้างความแตกต่าง ที่สำคัญที่สุด มันเป็นกีฬาที่นักกีฬาสามารถฝึกซ้อมเดี่ยวได้ ทำให้เข้าถึงมีผู้ที่อยากลงแข่งมากยิ่งขึ้น แม้จะมีความยาว 2.3 เมตร โมโนบ็อบกลับค่อนข้างเบาโดยหนักเพียง 130 กิโลกรัม สามารถเร่งความเร็วได้สูงถึง 120 กม./ ชม. และสามารถรองรับแรงได้ประมาณสามถึงสี่จี

สำหรับนักกีฬากีฬาฤดุหนาวรุ่นใหม่ นี่เป็นโอกาสที่จะสร้างมาตรฐานให้กับการแข่งขันชนิดใหม่ ที่ Beijing 2022 กีฬาจะถูกแข่งในเฉพาะประเภทหญิง และพรั่งพร้อมด้วยอุปกรณ์บอกเวลาจาก OMEGA มากมาย ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีบางส่วนที่มักใช้งานในการแข่งบ็อบสเลดแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ยังมีเซนเซอร์ภายในโมโนบ็อบที่สามารถคำนวณปัจจัยหลายด้าน เช่น แรงจี, มุม, วิถีและความเร่ง

นอกจากนี้ เสาอากาศที่ติดตั้งอยู่ตามเส้นทางยังทำให้ OMEGA สามารถส่งข้อมูลความเร็วปัจจุบันและความเร็วสูงสุดได้ ทำให้ผู้ชมทางบ้านสามารถรับชมว่านักแข่งได้เปรียบหรือเสียเวลาตรงจุดไหน

นับเป็นช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจสำหรับ OMEGA ที่จะได้เห็นกีฬาโมโนบ็อบถูกบรรจุเข้าเป็นส่วนหนึ่งของมหกรรมกีฬาโอลิมปิก และจะเป็นกีฬาที่น่าจับตาสำหรับผู้ที่อยู่ในสนามและผู้ชมทางบ้าน

 

ความฝันแห่งฤดูหนาว
 
SHAUN WHITE


ชอน ไวท์ (Shaun White) นักกีฬาสโนว์บอร์ดอาชีพผู้เคยคว้าเหรียญทองโอลิมปิกมาแล้วสามเหรียญ นักกีฬาหนุ่มจากแคลิฟอร์เนียรายนี้ยังเป็นเจ้าของแชมป์โลกสามสมัยและครองสถิติผู้ที่ได้เหรียญทองจากรายการ X Games เยอะที่สุด ชอนได้เหรียญทองโอลิมปิกในชนิดกีฬาสโนว์บอร์ดมากที่สุดและรางวัล Excellence in Sports Performance Yearly Awards ถึงสิบรางวัล



DOROTHEA WIERER


โดโรเธีย วีเรอร์ นักกีฬาไบแอธลอนเจ้าของเหรียญทองแดงจากกีฬาสเก็ตแบบมิกซ์รีเลย์ทั้งที่มหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2018 ที่พย็องชังและปี 2014 ที่โซชิ, ประเทศรัสเซีย นักกีฬาอิตาลีเลือดเยอรมันรายนี้ลงแข่งรายการ Mass Start World Champion ทั้งปี 2019 และรายการ Individual and Pursuit World Champion ปี 2020 ซึ่งยังคงเป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งแม้จะลงสนามในประเภทเดี่ยว



FANNY SMITH


แฟนนี สมิธจากสวิตเซอร์แลนด์เป็นหนึ่งในนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในชนิดกีฬาที่เธอลงแข่งขัน เธอเคยลงสนามโอลิมปิกมาแล้วถึงสี่ครั้ง และได้เหรียญทองแดงไปในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2018 ที่พย็องชัง ดาวรุ่งแห่งกีฬาสกีวิบากรายนี้เคยชนะเลิศ World Cup มาทั้งหมดสามสมัย ลงแข่งในรายการ World Championships ตลอดสิบปีที่ผ่านมาและคว้าเหรียญทองไปหนึ่งเหรียญ, เหรียญเงินอีกสามเหรียญ และทองแดงหนึ่งเหรียญ



NATHAN CHEN


นักสเก็ตอเมริกันคนดัง นาธาน เฉิน ครองบัลลังก์ World Championships มาแล้วถึงสามสมัยรวมทั้ง US Champion อีกหกสมัย ระหว่างมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2018 นาธานได้รับเหรียญทองแดงจากการแข่งประเภททีม เขายังเป็นนักกีฬาสเก็ตคนแรกที่ใช้ท่าทั้งห้าในการกระโดดสี่รอบได้ในการแข่งขัน และยังคงครองสถิติโลกกีฬาฟรีสเก็ตในคะแนนรวม ปัจจุบันนักกีฬาผู้ทุ่มเทรายนี้เป็นนักศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเยล



SARA TAKANASHI


ซาร่า ทาคานาชิ คือหนึ่งในนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในกีฬาที่เธอเชี่ยวชาญจากการชนะ World Cup ถึงสี่ครั้ง – สถิติสูงสุดสำหรับกีฬาประเภทหญิง เธอยังเป็นเจ้าของเหรียญโอลิมปิกที่เคยคว้าเหรียญทองแดงระหว่างมหกรรมกีฬาฤดูหนาวครั้งล่าสุดที่เกาหลีใต้ ซาร่าได้เหรียญทองแดงจากรายการ World Championship ถึงสี่เหรียญจากการลงแข่งประเภทเดี่ยวและผสม และถูกบันทึกจากกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ดว่าเป็นนักกีฬาที่เคยอยู่บนแท่นรับรางวัลใน Ski Jumping World Cup บ่อยที่สุด



FAN KEXIN


นักกีฬาสเก็ตความเร็วระยะสั้น ฟ่าน เข่อซิน เป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติจีนตั้งแต่ปี 2010 ฟ่านเคยได้รับเหรียญเงินจากการแข่งขันรายการ 1000 เมตรระหว่างมหกรรมโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2014 ที่โชชิ และเพียงหนึ่งปีต่อมาเขาก็ชนะประเภท 500 เมตรจากรายการ World Champion ปี 2015 นับเป็นนักกีฬาที่ถูกคาดว่าจะเป็นผู้ชนะในรายการ 500 เมตรที่ปักกิ่งปี 2022

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้